 |
 |
|
| |
ปัจจุบันโรคมะเร็งมีอัตราการเกิดเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆจนเป็นสาเหตุที่สำคัญอันดับต้นๆที่ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต
สาเหตุของโรคมะเร็งเริ่มชัดเจนมากขึ้นว่าสัมพันธ์กับพันธุกรรมที่มียีนก่อมะเร็งร่วมกับพฤติกรรมความเป็นอยู่ที่รับสารพิษต่างๆจากสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น ทำให้เซลล์ในตำแหน่งต่างๆ ของร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงทั้งในลักษณะรูปร่างและการทำงาน เกิดเป็นมะเร็ง ขึ้น
ในอดีตการวินิจฉัยโรคมะเร็งค่อนข้างยาก ต้องรอจนกว่าผู้ป่วยมีอาการผิดปกติจากโรคซึ่งหมายความถึงโรคที่เป็นมากแล้วจึงจะสามารถวินิจฉัยได้ แต่ในปัจจุบันทางการแพทย์ได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็วจนสามารถนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาช่วยหารอยโรคในเบื้องต้นของโรคมะเร็งบางชนิดได้โดยที่ผู้ป่วยยังไม่แสดงอาการ ทำให้มีโอกาสให้การรักษาโรคได้เร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
การตรวจหามะเร็งปอด (Screening lung cancer)
มะเร็งปอดเป็นโรคมะเร็งที่พบมากที่สุดในบรรดาโรคมะเร็งทั้งหมดที่คร่าชีวิตประชากรทั่วโลก ส่วนใหญ่พบร่วมกับการสูบบุหรี่ ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ได้แก่
คนรอบข้างสูบบุหรี่
ผู้ที่ทำงานในเหมืองใยหิน
ได้รับควันจากการเผาไหม้น้ำมัน และถ่านหิน
มีโรคปอดเรื้อรังอยู่เดิม เช่น วัณโรค
การวินิจฉัย
ในอดีตที่ผ่านมา เมื่อผู้ป่วยมีอาการที่น่าสงสัย แพทย์จะซักประวัติครอบครัว ปัจจัยเสี่ยงต่างๆ และส่งตรวจต่างๆ เช่น เอกซเรย์ปอด ส่งเสมหะตรวจหาเซลล์มะเร็ง โดยการวินิจฉัยที่แม่นยำที่สุดคือ การตัดชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิ
ในปัจจุบันอัตราการเกิดโรคเพิ่มมากขึ้น ร่วมกับการตรวจตามขั้นตอนหลังจากที่ผู้ป่วยมีอาการแล้ว โอกาสที่จะรักษาได้ง่ายหรือให้โรคหายจะมีน้อยมาก จึงได้มีการนำวิธีการตรวจแบบต่างๆ ทั้งการเอกซเรย์ปอด การตรวจหาเซลล์มะเร็งในเสมหะ มาใช้ในผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดมะเร็ง อย่างไรก็ตามวิธีการตรวจดังกล่าวมีโอกาสที่จะพบโรคต่ำ (0.4%) แม้ผู้ป่วยจะมีก้อนมะเร็งเกิดขึ้นแล้วก็ตาม
การตรวจหามะเร็งปอดด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์
ในระยะหลายปีที่ผ่านมาความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ด้วยเทคโนโลยีที่เรียกว่า spiral CT ร่วมกับที่มีตัวตรวจรับภาพตั้งแต่ 4,16,40, และ 64 แถว (multi-detector CT, MDCT) ทำให้มีประสิทธิภาพในการตรวจที่รวดเร็วและภาพที่ได้มีความชัดเจนมากขึ้น ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงนี้ทำให้สามารถตรวจหาก้อนเนื้องอกที่มีขนาดเล็กได้ดีมากขึ้น โดยพบว่าโอกาสที่จะตรวจพบโรคขั้นแรก หรือ ขนาดของก้อนต่ำกว่า 1 เซนติเมตรมีมากกว่าการตรวจด้วยเอกซเรย์ปอดทั่วไปถึงเท่าตัว ในขณะที่ผู้ป่วยจะได้รับรังสีปริมาณที่น้อยลงมาก (ประมาณ 10 เท่าเมื่อเทียบระหว่าง เครื่องรุ่น 1 สไลด์ กับ รุ่นที่เหนือกว่า) ทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสได้รับการรักษาที่รวดเร็วขึ้น
ควรเริ่มตรวจหาเนื้องอกที่ปอดด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เมื่อไร
ผู้ที่ควรจะติดตามตรวจหามะเร็งปอดได้แก่
1. ผู้ที่ยังไม่มีอาการผิดปกติแต่มีความเสี่ยงสูง
2. ผู้ที่มีอาการผิดปกติ ได้แก่
ไอเรื้อรัง
ไอเสมหะมีเลือดปน
หายใจเหนื่อย เสียงแหบ
เป็นปอดบวมหรือปอดอักเสบบ่อย
เจ็บแน่นหน้าอก
อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด
การเตรียมตัวเพื่อรับการตรวจ
ขั้นตอนการตรวจจะคล้ายกับการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ในส่วนอื่นๆของร่างกาย เนื่องจากผู้ป่วยอาจจำเป็นที่จะต้องได้รับสารทึบรังสีเข้าทางหลอดเลือด ดังนั้นผู้ป่วยจะต้องงดน้ำและอาหารก่อนการตรวจ 6 ชั่วโมง และแจ้งข้อมูลเพื่อเตรียมการป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น ได้แก่
โรคหอบหืด
โรคไตหรือมีระดับสารครีเอตินีนสูง
มีประวัติแพ้อาหารทะเล แพ้ยา หรือเคยแพ้สารทึบรังสีจากการตรวจเอกซเรย์มาก่อน
การตรวจปอดด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์นี้จะใช้เวลาประมาณ 5-20 นาที ขึ้นกับว่าจำเป็นต้องฉีดสารทึบรังสีหรือไม่
สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
สถาบันหัวใจเพอร์เฟคฮาร์ท-ปิยะเวท โทร 026256500
หรือ mailto:p_paijit@piyavate.com |
|
|
|
 |
|
 |