ทำไมจึงต้องตรวจสมรรถภาพหัวใจด้วยการเดินสายพาน

       ในคนที่มีโรคหลอดเลือดหัวใจตีบนั้นอาจไม่มีอาการขณะพักหรือขณะอยู่เฉยๆ รวมทั้งคลื่นไฟฟ้าหัวใจก็อยู่ในเกณฑ์ปกติ เนื่องจากในภาวะปกตินั้นเลือดสามารถไหลผ่านหลอดเลือดที่ตีบไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้อย่างพอเพียง เมื่อคนเราออกกำลังกายจะด้วยการเดินหรืออะไรก็ตาม กล้ามเนื้อหัวใจจะต้องการเลือดหล่อเลี้ยงมากขึ้น บริเวณที่เส้นเลือดตีบจะไม่สามารถขยายตัวส่งเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้เพียงพอจึงทำให้เกิดอาการของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดขึ้น ได้แก่ อาการเจ็บแน่นหน้าอก เหนื่อยมากกว่าปกติที่ควร รวมทั้งมีการเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้าหัวใจให้เห็นได้จากจอภาพ

เมื่อใดที่ควรตรวจสมรรถภาพหัวใจด้วยการเดินสายพาน


- เมื่อมีอาการสงสัยว่ามีโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ
- ในกรณีที่มีปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ
- เมื่อต้องการดูสมรรถภาพของหัวใจในกรณีมีอาการเหนื่อยง่ายกว่าปกติ
- เมื่อต้องการดูการตอบสนองของความดันโลหิตต่อการออกกำลังกาย
- เมื่อต้องการดูว่ามีหัวใจเต้นผิดจังหวะขณะออกกำลังกายหรือไม่

การตรวจสมรรถภาพหัวใจด้วยการเดินสายพานต้องทำอย่างไร

       เมื่อไปถึงห้องตรวจการเดินสายพาน เจ้าหน้าที่จะให้ท่านเปลี่ยนเสื้อเป็นเสื้อของทางโรงพยาบาลเพื่อให้ง่ายต่อการติดเครื่องมือ หลังจากนั้นจะมีการติด electrode เหนียวบริเวณหน้าอกซึ่งจะมีสายโยงติดกับเครื่องควบคุมสายพานเพื่อดูคลื่นไฟฟ้าหัวใจตลอดเวลาการตรวจ และจะมีการวัดความดันโลหิตเป็นระยะๆ หลังจากขึ้นยืนบนสายพานแล้ว สายพานจะค่อยๆเคลื่อนที่ซึ่งคนไข้จะค่อยๆก้าวเท้าเดินตามสายพานไป สายพานจะเร็วขึ้น และ/หรือชันเพิ่มขึ้นทุกทุก 2-3 นาทีขึ้นกับโปรแกรมที่ตั้งไว้ เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมสายพานจะหยุดสายพานเมื่อชีพจรเร็วขึ้นไปถึงระดับที่สามารถวินิจฉัยโรคได้ (Target heart rate) หรืออาจหยุดก่อนได้ถ้าคนไข้มีอาการเจ็บแน่นหน้าอก เหนื่อยมากเดินต่อไม่ไหว วิงเวียนศีรษะ หรือมีความผิดปกติของคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะที่อาจเป็นอันตรายได้

การเตรียมตัวก่อนทำการทดสอบ
- หลีกเลี่ยงอาหารมื้อหนัก 2-3 ชั่วโมงก่อนการทดสอบ เพื่อป้องกันอาการจุกเสียด หรือคลื่นไส้อาเจียนที่พบร่วมกับการออกกำลังกายหลังจากทานอาหารอิ่มใหม่ๆ
- อาจต้องหยุดยาหัวใจบางชนิดก่อนการทดสอบ (กรุณาปรึกษาแพทย์ของท่าน)
- สวมรองเท้าและเสื้อผ้าสบายๆเหมาะกับการออกกำลังกาย