 |
 |
|
| |
การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน
และขดลวด โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน
มีอุบัติการณ์เกิดโรคสูงมากในผู้ใหญ่ จัดได้เป็นสาเหตุการตายต้นๆ
รองจากอุบัติเหตุ และมะเร็ง สาเหตุสำคัญ ที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ
เกิดจากตะกรันในหลอดเลือด อันเนื่องมาจากปัจจัยเสี่ยงที่มีอยู่ในร่างกาย
อันได้แก่ อายุที่มากขึ้น การสูบบุหรี่ ความดันโลหิตสูง ระดับไขมันในเลือดสูง
เบาหวาน อ้วน ความเครียดเรื้อรัง และการไม่ออกกำลังกายเป็นประจำ
ทำไมต้องตรวจหลอดเลือดหัวใจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง
เมื่อเราใช้ชีวิตที่ไม่ใส่ใจสุขภาพ
มีการสูบบุหรี่จัด ปล่อยให้ความดันโลหิตสูง ระดับไขมันในเลือดสูง
ไม่ทราบว่าตนเป็นเบาหวานหรือไม่ หรือเป็นอยู่แล้วไม่ควบคุม นำไปสู่โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน
ผลก็คือ กล้ามเนื้อหัวใจ ส่วนที่เลี้ยงโดยหลอดเลือดนั้นได้รับเลือดไม่เพียงพอ
เกิดกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น แน่นหน้าอก
เหนื่อยหอบ บางรายอาจเป็นแบบฉับพลัน และรุนแรงจนทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย
หรือที่เรียกว่า Heart attack ผู้ป่วยมีโอกาสเสียชีวิตสูงหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีและเหมาะสม
การฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ
กระทำการโดยการเจาะหลอดเลือดผ่านผิวหนัง หลังจากแพทย์ฉีดยาชาบริเวณที่จะทำการแทงผ่านผิวหนัง
ซึ่งอาจจะเป็นบริเวณขาหนีบหรือข้อพับ เพื่อสอดใส่สายสวนหัวใจซึ่งเป็นท่อ
อ่อนเล็กๆ ขนาด 1.5-2 มม. เข้าไปในหลอดเลือดที่ขาหนีบแบบในลักษณะที่คล้ายกับเวลาแทงเข็มให้น้ำเกลือ
หลอดเลือดที่ขาหรือแขนนี้ จะเป็นช่องทางนำสายสวนหัวใจ ไปที่หลอดเลือดหัวใจ
หลังจากนั้นทำการฉีดสารทึบรังสีเข้าไปที่หลอดเลือดหัวใจ โดยทำในห้องตรวจสวนหัวใจ
ซึ่งจะต้องมีเครื่องเอกซเรย์ที่มีคุณภาพสูงเป็นพิเศษ เจ้าหน้าที่เทคนิคต่างๆ
ที่ชำนาญประจำ และอายุรแพทย์หัวใจที่ชำนาญการ
การฉีดสีหลอดเลือดหัวใจเพื่อทำการถ่ายภาพรูปร่าง
ตำแหน่งของเส้นเลือดที่ตีบ และลักษณะอื่นๆ ของหลอดเลือดหัวใจทุกเส้น
ร่วมกับการทำงานหัวใจห้องล่างซ้ายเพื่อประกอบการพิจารณารักษาต่อไป
การขยายของหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนและขดลวด
หัตถการตกแต่งหลอดเลือดหัวใจโดยการเจาะหลอดเลือดผ่านผิวหนัง
แล้วสอดสายสวนหัวใจชนิดพิเศษเข้าไปในหลอดเลือดหัวใจเพื่อขยายหรือถ่างหลอดเลือดส่วนที่ตีบนั้น
ด้วยบอลลูน หลังจากนั้นการใส่อุปกรณ์ที่เรียกว่า ขดลวด (Stent)
นั้นเพื่อคงสภาพรูเปิดของหลอดเลือดให้กว้างขึ้น หรือค้ำยันไม่ให้รูเลือดกลับมาปิดใหม่
และลดการตีบซ้ำ หลัง 6 เดือนของบริเวณที่ทำบอลลูนไปอีกด้วย ก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการขยายหลอดเลือดหัวใจ
ปัจจุบันได้มีวิวัฒนาการในด้านตะแกรงลวดหรือขดลวดมากกว่าอุปกรณ์อื่นๆ
เพื่อเพิ่มประสิทธิผลในการรักษา ขดลวดเคลือบยา (Drug Eluting
Stent) นับเป็นนวัตกรรม ของการขยายหลอดเลือดหัวใจ ขดลวดดังกล่าวเคลือบด้วยยาที่สามารถลดหรือยับยั้งกระบวนการสมานแผล
ของหลอดเลือดที่นำไปสู่การตีบซ้ำลงได้ ซึ่งจะมีประโยชน์มากกับผู้ป่วยเบาหวาน,
ผู้ป่วยมีหลอดเลือดขนาดเล็ก หรือลักษณะตีบตันพิเศษบางอย่าง ที่มีโอกาสตีบซ้ำสูง
จะได้ประโยชน์จากขดลวดเคลือบยา โดยลดอาการตีบซ้ำจากร้อยละ 20
ลงมาเหลือร้อยละ 4-5 แต่ข้อเสีย คือนำเข้ามาจากต่างประเทศและมีราคาแพง
ปัจจุบันการขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูน
และขดลวดถือเป็นวิธีการรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจที่มีการทำมากที่สุด
และใช้ขดลวดแบบเคลือบยา ถึง 50-75% ของคนไข้ทั้งหมดที่ทำหัตถการ
ข้อดีของการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนและขดลวด
ข้อดี คือ ไม่ต้องทำการผ่าตัด
และไม่ต้องดมยาสลบ ดังนั้นโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนจึงต่ำกว่าการผ่าตัดบายพาส
รวมทั้งผู้ป่วยยังออกจากโรงพยาบาลได้เร็วขึ้น 1-2 วัน และกลับไปสู่ชีวิตปกติได้เร็วกว่าโดยไม่ต้องมีระยะพักฟื้นที่นานเหมือนหลังผ่าตัด
นอกจากนั้นหากมีหลอดเลือดตีบแคบลงได้อีกในอนาคตทั้งตำแหน่งใหม่
หรือตำแหน่งเดิม สามารถขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนและขดลวดได้หลายครั้ง
และด้วยความความปลอดภัยสูง
ข้อจำกัดของการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน และขดลวด
ลักษณะการตีบบางอย่างที่ไม่สามารถทำได้สำเร็จ
ไม่ปลอดภัย หรือได้ผลที่ไม่ดีนัก หรือลักษณะการตันบางอย่างที่ไม่สามารถสอดสายลวดเล็กๆ
หรือไม่สามารถไปถึงปลายทางได้ เนื่องจากเส้นเลือดคดเคี้ยวมาก
ซึ่งอาจจะต้องลงเอยด้วยการผ่าตัดทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ หรือที่เรียกว่าการทำบายพาส
สรุป
หัตถการการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ
และการถ่างขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน และขดลวด สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มีอัตราการเสี่ยงน้อย เมื่อเทียบกับการดำเนินโรคหลังจากเกิดหลอดเลือดหัวใจตีบตัน
หรือการทำผ่าตัดบายพาส ลักษณะพยาธิสภาพของหลอดเลือดหัวใจ หลังจากการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจจะถูกใช้ในการตัดสินใจการรักษาด้วยวิธีต่างๆ
ตามดุลยพินิจของแพทย์ ผู้ทำการรักษาต่อไป |
|
|
|
 |
|
 |