

ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันเป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆ
ของประชากรทั่วโลก ซึ่งมีสาเหตุมาจากหลอดเลือดหัวใจตีบตัน
ทำให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อไม่เพียงพอ ภายใน 6 ชั่วโมง หลังจากหลอดเลือดอุดตันกล้ามเนื้อหัวใจที่ขาดเลือดจะตายอย่างสมบูรณ์ถึง
90% ในขณะที่กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก
เหงื่อออก หายใจได้ไม่สะดวก เหนื่อยหอบ ใจสั่น หน้ามืด เป็นลมหมดสติ
ความดัน โลหิตต่ำ เกิดอาการช็อค หัวใจล้มเหลว หรือหัวใจวายเสียชีวิตเฉียบพลัน
ประมาณ 10-25% ของผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจะเสียชีวิต
ครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยที่เสียชีวิตจะเสียชีวิตก่อนมาถึงโรงพยาบาล
เนื่องจากหัวใจห้องล่างเต้นพริ้วเร็วผิดปกติ อีกประมาณ 30%
จะเสียชีวิตใน 24-48 ชั่วโมง เมื่อยู่ในโรงพยาบาลจากกล้ามเนื้อหัวใจตายเป็นบริเวณกว้าง
เกิดภาวะช็อคและหัวใจล้มเหลว
คุณรู้หรือไม่ว่า
|
ภาวะหัวใจวาย ตายเฉียบพลัน
ส่วนใหญ่เกิดภายใน 4-6 ชั่วโมงแรก หลังกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
|
|
การรักษาภาวะหัวใจห้องล่างเต้นพลิ้วที่ได้ผลดีที่สุด
คือการช็อคหัวใจด้วยไฟฟ้า พลังงานสูงภายในเวลาเศษเสี้ยววินาที
ด้วยเครื่องช็อคไฟฟ้าหัวใจ
|
|
เมื่อเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน จำเป็นต้องใช้การปฏิบัติการกู้ชีพขั้นสูงที่รวดเร็ว
ถูกต้อง
เหมาะสม
|
|
ผู้ป่วยที่เกิดอาการช็อคจากหัวใจมีโอกาสเสียชีวิตสูงถึง
80% หากได้รับการดูแลโดยใส่เครื่องบัลลูนปั๊มในหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ต้า
โอกาสเสียชีวิตจะลดลงเหลือ 50% และหากได้รับการแก้ไขหลอดเลือดที่ตีบตันในเวลาที่เหมาะสม
โอกาสเสียชีวิตจะลดลงเหลือเพียง 30%
|
|
การรักษาหลอดเลือดหัวใจตีบตันที่ดีที่สุด คือการทำให้เลือดไหลผ่านจุดที่ตีบตันให้ได้ในเวลา
ที่เหมาะสม ภายใน 6-12 ชั่วโมง หลังเกิดอาการ
|
|
การเปิดหลอดเลือดที่ตีบตันอาจทำได้โดยการให้ยา สลายลิ่มเลือดฉีดเข้าเส้น
การขยายหลอดเลือดตำแหน่งที่ตีบตันด้วย บัลลูนและฝังขดลวด
หรือการผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ
|
|
อาการจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
บางครั้งไม่เด่นชัด ส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า อาการที่เกิดเป็นจากอาหารไม่ย่อย
เป็นโรคกระเพาะ มีลมในท้องมากเกินไป ทำให้เกิดความล่าช้าในการมาโรงพยาบาล
|
|
เครื่องช็อคไฟฟ้าหัวใจ ไม่ได้มีอยู่ในทุกคลินิก สถานีอนามัย
โรงพยาบาล หรือในรถฉุกเฉินทั่วไป การช็อคช้าไป 1 นาที
โอกาสรอดชีวิตจะลดลง 10% หากช้าไป 10 นาที แทบจะไม่มีโอกาสรอดชีวิต
|
|
การปฏิบัติการกู้ชีพขั้นสูงที่รวดเร็วถูกต้อง เหมาะสม
จำเป็นต้องใช้ทีมบุคลากรทางการแพทย์ที่เชี่ยวชาญ อุปกรณ์และเวชภัณฑ์พร้อมมูล
และควรมีหออภิบาลโรคหัวใจ (CCU) หรือหออภิบาลผู้ป่วยหนัก
(ICU) รองรับซึ่งไม่สามารถมีได้ในทุกโรงพยาบาล
|
|
เครื่องบัลลูนปั๊มในหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ต้า มีเฉพาะในโรงพยาบาลบางแห่งเท่านั้น
และส่วนใหญ่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ นอกจากนั้น
การใส่ และการดูแลหลังการใส่ จำเป็นต้องใช้ทีมที่มีความเชี่ยวชาญ
โดยเฉพาะแพทย์และพยาบาลโรคหัวใจ
|
|
การเปิดหลอดเลือดหัวใจที่ตีบตันด้วยยาสลายลิ่มเลือด
จำเป็นต้องอาศัยแพทย์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะ สามารถวินิจฉัยโรค
และแปลคลื่นไฟฟ้าหัวใจได้อย่างถูกต้อง ตัดสินใจรักษาได้ทันท่วงทีในขณะดูแลรักษาผู้ป่วย
|
|
ยาสลายลิ่มเลือดจะได้ประโยชน์สูงสุด หากบริหารยาได้ในเวลาที่เหมาะสม
ภายใน 2-3 ชั่วโมงแรก หลังเกิดอาการเจ็บแน่นหน้าอก ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ป่วยมักมาล่าช้ากว่านี้ประโยชน์ที่ได้จึงลดลงอย่างมาก
|
|
การเปิดหลอดเลือดด้วยบัลลูน สามารถเปิดหลอดเลือดได้ดีกว่า
และจะได้ประโยชน์มากกว่า ยาสลายลิ่มเลือด หากเกิดอาการมานานกว่า
3 ชั่วโมง
|
|
การเปิดหลอดเลือดตีบตันด้วยบัลลูนฉุกเฉิน ทำได้เฉพาะในสถาบันที่มีศูนย์หัวใจ
ที่สามารถเปิดห้องปฏิบัติการตรวจสวนหัวใจได้ทันที และเปิดหลอดเลือดหัวใจได้ภายใน
90 นาที ที่ผู้ป่วยมาถึงโรงพยาบาล
|
1 .
|
เครื่องติดตามสัญญาณชีพ (อัตราชีพจร ความดันโลหิต
อัตราการหายใจ) คลื่นไฟฟ้าหัวใจ และความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด
|
2 .
|
เครื่องช๊อคไฟฟ้าหัวใจ ในกรณีที่เกิดภาวะหัวใจห้องล่างเต้นเร็วผิดจังหวะ
หรือเต้นพริ้ว
|
3 .
|
เครื่องบัลลูนปั๊มในหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ต้า
ในกรณีผู้ป่วยช็อคจากหัวใจ หัวใจห้องล่างเต้นเร็วผิดจังหวะจากกล้ามเนื้อหัวใจยังขาดเลือด
หัวใจล้มเหลว หรือยังมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก ไม่ตอบสนองต่อการให้ออกซิเจน
และยา
|
4 .
|
ออกซิเจน และเครื่องช่วยหายใจ ในกรณีที่ผู้ป่วยขาดออกซิเจน
ภาวะหัวใจล้มเหลว จากเลือดคั่งในปอดพร้อมสัญญาณเตือนหากออกซิเจนหมด
|
5 .
|
เครื่องกระตุ้นหัวใจที่ใส่ภายนอก ในกรณีที่หัวใจผู้ป่วยเต้นช้าผิดปกติ
หรือทางเดินกระแสไฟฟ้าหัวใจถูกปิดกั้น
|
6 .
|
เครื่องดูดเสมหะ กรณีมีเสมหะหรือเลือดคั่งในปอด |
7 .
|
เครื่องตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง
ใช้ตรวจการทำงานของหัวใจว่าบีบตัวได้ดีมากน้อยเพียงใด
มีภาวะแทรกซ้อนร่วมด้วยหรือไม่ รวมทั้งใช้ในการวินิจฉัยแยกโรค
|
8 .
|
เครื่องให้สารน้ำและยา เพื่อให้ได้ยาตามที่ผู้ป่วยจำเป็นต้องใช้ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ
|
9 .
|
เครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 12 ขั้ว เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
ซึ่งจะช่วยบ่งบอกภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันได้ดี
และรวดเร็ว
|
10 .
|
อุปกรณ์ช่วยใส่ท่อช่วยหายใจ |
11 .
|
สายสวนวัดความดัน ภายในหัวใจและหลอดเลือด |